คราวก่อนอยากลองปิ้งๆย่างๆ มาวันนี้ก็เลยอยากกินอาหารญี่ปุ่นโดยไม่ได้นัดกันว่าจะกิน แต่พอดีวันนี้คุณมีธุระให้ต้องมาเดินห้างเพื่อซื้อของขวัญวันเกิดให้แม่ของคุณ และก็ได้ตัดผมในคราวเดียวไปเลย
แต่กว่าคุณจะตื่น กว่าคุณจะทำงานเสร็จ ก็ปาเข้าไปบ่ายสองเข้าไปแล้ว ตัดผมอีกก็ราวๆ สาม-สี่ชั่วโมง ไม่รู้ว่าร้านในห้างเขาตัดผมกันทีละเส้นหรือยังไง ตัดนานเหลือเกิน จนไม่มีอันต้องทำอะไรอย่างอื่นกันพอดี นี่ขนาดตัดอย่างเดียวนะ ไม่ได้ทำสี เซท ปะ ชุน ............แต่ไม่ว่านานแค่ไหน คุณก็จะทำ เพราะรำคาญผมที่ยาวเกินไป
หกโมงเค้าเลิกงาน คุณยังตัดผมไม่เสร็จ ของขวัญของแม่คุณก็ยังไม่ได้ซื้อ คุณโทรมาบอกว่าให้เค้าตามไปที่ห้าง แต่เค้าขี้เกียจเพราะคิดว่าเดี๋ยวห้างก็ปิดแล้ว ไม่ไปดีกว่า นั่งรอ นั่งเล่นอยู่ออฟฟิศไปเรื่อยๆ ดีกว่า ยังพูดไม่ทันจบ คุณก็บอกว่า "อือ แค่นี้นะ"
น้ำเสียงห้วนๆ เหมือนจะงอน เราก็เลยกลับมานั่งคิด เอาไงดีน้า ไป ไม่ไป ไป ไม่ไป ถ้าไม่ไป เจองอนยาวแน่ แล้วถ้ารถติดไปยังไม่ถึงห้างก็ปิดซะก่อน จะทำไงดี .........แล้วอยู่ๆก็มีพลายกระซิบบอกว่า ไปเห้อะ
เราก็เลยรีบปิดคอม วิ่งไปขึ้นรถ...
ไปถึงคุณก็ตัดผมเสร็จพอดี แล้วกำลังจะรีบไปซื้อของให้แม่ ดูเวลาทุ่มครึ่งพอดี เราก็เดินๆ จะขึ้นไปหา พอดีกับที่คุณโทรมา ก็เลยขึ้นไปเจอกันตรงที่คุณกำลังเลือกของ
ดูด้านหลังเกือบจำไม่ได้ ผมสั้นลง แต่ไม่ชมหรอก เพราะแอบงอนอยู่ งอนแบบไม่บอก แต่จะให้ง้อ ช่วงนี้เป็นช่วงโปรโมชั่น เค้ายอมให้คุณง้อเค้าได้วันนึงหลายๆรอบเลยด้วย (ดีใจป่าว)
ซื้อของเสร็จ เอาของไปเก็บที่รถ ของใหญ่ก็เลยต้องให้เด็กช่วยขนไปให้ ถ้าให้เค้าแบกเค้าก็จะใช้โปรโมชั่น งอนไม่จำกัดชั่วโมงแน่ๆ .........เก็บของเรียบร้อย คุณก็ถามว่า "ตัดผมเป็นไงบ้าง ชอบไหม" จริงๆก็สวยนะ น่ารักด้วย เหมือนเด็กๆ แต่ไม่ เราไม่ตอบเช่นนั้นแน่ เราต้องตอบว่า "ไม่ชอบเด็ก ชอบแบบแก่ๆ" << นี่ คำพูดน่ารักไหมล่า พอคุณได้ฟังคุณก็งอนแก้มป่อง เค้าต้องรีบดึงกลับมา "ไรกัน เค้างอนอยู่ ห้ามงอนซ้อนกันซิ" << มุึขนี้ รอดไปได้เรื่อยๆ
แต่ว่าตอนนี้หิวแล้วหล่ะ หิวมากด้วย คุณบอกว่าจะพาไปกิน โทนี่ โรม่า "ไอที่ให้เยอะๆหน่ะเหรอ จะดีเหรอ ดึกแล้วด้วย" ก็เลยเปลี่ยนใจ มากินอาหารญี่ปุ่นแทน จะได้ทดแทนที่เมื่อวานซืนกินปลาดิบผิดวิธีทำให้เสียรสไป
เลี้ยวควับเข้าร้านมา ได้นั่งในซุ้มมีเชือกห้อยๆ เสียดายวันนี้ไม่ได้พกกล้องมา จำได้ว่า ตอนมาที่นี้ครั้งแรก เพิ่งถอยเลนน์ใหม่มาสดๆร้อนๆ ถ่ายออกมาสวยบาดใจ พอมาวันนี้ตั้งใจจะกินเยอะๆด้วย อดเลย อดถ่ายรูปอาหารดีๆ จากกล้องดีๆ
แต่คิดอีกที ใช้กล้องมือถือถ่าย เด็กในร้านที่มองๆอยู่ จะได้ไม่กล้าว่าอะไร(คิดปลอบใจตัวเอง) จริงๆก็อยากได้กล้องดิจิตอลสำหรับพกพาไว้บ้างเหมือนกัน เวลาไปไหนจะได้ไม่ต้องเสียใจที่ไม่ได้เอากล้องมา แต่ตอนนี้ยังตัดใจซื้อไม่ได้สักที ใจนึงเสียดายเงิน อีกใจก็รู้สึกว่ายังไม่ถูกใจ คิดแบบนี้ไปเรื่อยๆ จะได้ไม่ต้องอยากได้อีก ความอยากได้มีไม่จำกัดอยู่แล้ว
เด็กส่งเมนูมาให้เลือก เข้าร้านแบบนี้ทีไร มันสั่นๆพิกล รู้สึกไม่ชินบรรยากาศแบบนี้ เกร็งจนเหมือนจะมวนท้อง ไม่กล้าแม้แต่หยิบเมนูมาเปิดเอง ต้องคอยไปนั่งอิงแอบ คอยดูเมนูเดียวกับคุณ ทำเป็นชี้รูปนั่นรูปนี้ แต่ปากก็คอยบอก ให้คุณสั่งนะ ให้คุณสั่งนะ (กลัวสั่งแล้วออกเสียงผิด ที่ตื่นเต้นแล้วลิ้นมันพันกัน)
นั่งรอคุณสั่งอาหาร แอบมองดูหน้าคุณ ตัดผมแล้วหน้าเด็กจริงๆ เหมือนไม่ใช่คุณ เค้าแอบเขิน ไม่กล้ามองหน้าตรงๆ แต่พอเขินมากๆ ก็จะกลายเป็นว่าคุณ แทนที่จะชม เราเป็นแฟนที่แปลกดีเนอะ เป็นแฟนแบบคิดดี แต่พูดไม่ดี สงสารคุณเหมือนกัน อิอิ แต่คิดว่าคงชินแล้วหล่ะเนอะ ไ้ว้มาอ่านบันทึกเค้าก็คงจะเข้าใจเอง (เขินว้อย)
อาหารยกมาเสิร์ฟ อุเหม่ ปลาซาลาม่อนมันช่างหวาน เนื้อแน่น ยามเคี้ยวเนื้อช่างนวล หยุ่นๆ ดีด ลิ้นดังผั๊วะ ผ๊ะ แทบไม่อยากกลืน แต่ทำไม่ได้เพราะมันละลายในปากไปซะแล้ว
แต่คราวนี้คงไม่กินเพลินเหมือนคราวก่อน เพราะมันอร่อยมากจนอยากให้คุณกินเยอะกว่า แล้วคุณก็สั่งอีก สั่งอีก สั่งจนอยากไปกินที่ญี่ปุ่นซะแล้วสิ
แต่กว่าคุณจะตื่น กว่าคุณจะทำงานเสร็จ ก็ปาเข้าไปบ่ายสองเข้าไปแล้ว ตัดผมอีกก็ราวๆ สาม-สี่ชั่วโมง ไม่รู้ว่าร้านในห้างเขาตัดผมกันทีละเส้นหรือยังไง ตัดนานเหลือเกิน จนไม่มีอันต้องทำอะไรอย่างอื่นกันพอดี นี่ขนาดตัดอย่างเดียวนะ ไม่ได้ทำสี เซท ปะ ชุน ............แต่ไม่ว่านานแค่ไหน คุณก็จะทำ เพราะรำคาญผมที่ยาวเกินไป
หกโมงเค้าเลิกงาน คุณยังตัดผมไม่เสร็จ ของขวัญของแม่คุณก็ยังไม่ได้ซื้อ คุณโทรมาบอกว่าให้เค้าตามไปที่ห้าง แต่เค้าขี้เกียจเพราะคิดว่าเดี๋ยวห้างก็ปิดแล้ว ไม่ไปดีกว่า นั่งรอ นั่งเล่นอยู่ออฟฟิศไปเรื่อยๆ ดีกว่า ยังพูดไม่ทันจบ คุณก็บอกว่า "อือ แค่นี้นะ"
น้ำเสียงห้วนๆ เหมือนจะงอน เราก็เลยกลับมานั่งคิด เอาไงดีน้า ไป ไม่ไป ไป ไม่ไป ถ้าไม่ไป เจองอนยาวแน่ แล้วถ้ารถติดไปยังไม่ถึงห้างก็ปิดซะก่อน จะทำไงดี .........แล้วอยู่ๆก็มีพลายกระซิบบอกว่า ไปเห้อะ
เราก็เลยรีบปิดคอม วิ่งไปขึ้นรถ...
ไปถึงคุณก็ตัดผมเสร็จพอดี แล้วกำลังจะรีบไปซื้อของให้แม่ ดูเวลาทุ่มครึ่งพอดี เราก็เดินๆ จะขึ้นไปหา พอดีกับที่คุณโทรมา ก็เลยขึ้นไปเจอกันตรงที่คุณกำลังเลือกของ
ดูด้านหลังเกือบจำไม่ได้ ผมสั้นลง แต่ไม่ชมหรอก เพราะแอบงอนอยู่ งอนแบบไม่บอก แต่จะให้ง้อ ช่วงนี้เป็นช่วงโปรโมชั่น เค้ายอมให้คุณง้อเค้าได้วันนึงหลายๆรอบเลยด้วย (ดีใจป่าว)
ซื้อของเสร็จ เอาของไปเก็บที่รถ ของใหญ่ก็เลยต้องให้เด็กช่วยขนไปให้ ถ้าให้เค้าแบกเค้าก็จะใช้โปรโมชั่น งอนไม่จำกัดชั่วโมงแน่ๆ .........เก็บของเรียบร้อย คุณก็ถามว่า "ตัดผมเป็นไงบ้าง ชอบไหม" จริงๆก็สวยนะ น่ารักด้วย เหมือนเด็กๆ แต่ไม่ เราไม่ตอบเช่นนั้นแน่ เราต้องตอบว่า "ไม่ชอบเด็ก ชอบแบบแก่ๆ" << นี่ คำพูดน่ารักไหมล่า พอคุณได้ฟังคุณก็งอนแก้มป่อง เค้าต้องรีบดึงกลับมา "ไรกัน เค้างอนอยู่ ห้ามงอนซ้อนกันซิ" << มุึขนี้ รอดไปได้เรื่อยๆ
แต่ว่าตอนนี้หิวแล้วหล่ะ หิวมากด้วย คุณบอกว่าจะพาไปกิน โทนี่ โรม่า "ไอที่ให้เยอะๆหน่ะเหรอ จะดีเหรอ ดึกแล้วด้วย" ก็เลยเปลี่ยนใจ มากินอาหารญี่ปุ่นแทน จะได้ทดแทนที่เมื่อวานซืนกินปลาดิบผิดวิธีทำให้เสียรสไป
เลี้ยวควับเข้าร้านมา ได้นั่งในซุ้มมีเชือกห้อยๆ เสียดายวันนี้ไม่ได้พกกล้องมา จำได้ว่า ตอนมาที่นี้ครั้งแรก เพิ่งถอยเลนน์ใหม่มาสดๆร้อนๆ ถ่ายออกมาสวยบาดใจ พอมาวันนี้ตั้งใจจะกินเยอะๆด้วย อดเลย อดถ่ายรูปอาหารดีๆ จากกล้องดีๆ
แต่คิดอีกที ใช้กล้องมือถือถ่าย เด็กในร้านที่มองๆอยู่ จะได้ไม่กล้าว่าอะไร(คิดปลอบใจตัวเอง) จริงๆก็อยากได้กล้องดิจิตอลสำหรับพกพาไว้บ้างเหมือนกัน เวลาไปไหนจะได้ไม่ต้องเสียใจที่ไม่ได้เอากล้องมา แต่ตอนนี้ยังตัดใจซื้อไม่ได้สักที ใจนึงเสียดายเงิน อีกใจก็รู้สึกว่ายังไม่ถูกใจ คิดแบบนี้ไปเรื่อยๆ จะได้ไม่ต้องอยากได้อีก ความอยากได้มีไม่จำกัดอยู่แล้ว
เด็กส่งเมนูมาให้เลือก เข้าร้านแบบนี้ทีไร มันสั่นๆพิกล รู้สึกไม่ชินบรรยากาศแบบนี้ เกร็งจนเหมือนจะมวนท้อง ไม่กล้าแม้แต่หยิบเมนูมาเปิดเอง ต้องคอยไปนั่งอิงแอบ คอยดูเมนูเดียวกับคุณ ทำเป็นชี้รูปนั่นรูปนี้ แต่ปากก็คอยบอก ให้คุณสั่งนะ ให้คุณสั่งนะ (กลัวสั่งแล้วออกเสียงผิด ที่ตื่นเต้นแล้วลิ้นมันพันกัน)
นั่งรอคุณสั่งอาหาร แอบมองดูหน้าคุณ ตัดผมแล้วหน้าเด็กจริงๆ เหมือนไม่ใช่คุณ เค้าแอบเขิน ไม่กล้ามองหน้าตรงๆ แต่พอเขินมากๆ ก็จะกลายเป็นว่าคุณ แทนที่จะชม เราเป็นแฟนที่แปลกดีเนอะ เป็นแฟนแบบคิดดี แต่พูดไม่ดี สงสารคุณเหมือนกัน อิอิ แต่คิดว่าคงชินแล้วหล่ะเนอะ ไ้ว้มาอ่านบันทึกเค้าก็คงจะเข้าใจเอง (เขินว้อย)
อาหารยกมาเสิร์ฟ อุเหม่ ปลาซาลาม่อนมันช่างหวาน เนื้อแน่น ยามเคี้ยวเนื้อช่างนวล หยุ่นๆ ดีด ลิ้นดังผั๊วะ ผ๊ะ แทบไม่อยากกลืน แต่ทำไม่ได้เพราะมันละลายในปากไปซะแล้ว
แต่คราวนี้คงไม่กินเพลินเหมือนคราวก่อน เพราะมันอร่อยมากจนอยากให้คุณกินเยอะกว่า แล้วคุณก็สั่งอีก สั่งอีก สั่งจนอยากไปกินที่ญี่ปุ่นซะแล้วสิ



(ภาพเก่าก่อน) <<< ต่างกับมือถือถ่ายลิบลับ
ปิดท้ายด้วยซุปมิโซะ ควานดูในถ้วยมีเห็ดหัวสวยๆ อยู่หลายดอก (เว่อร์ดีจริงๆเรา) กำลังคิดคำนวณว่า จะถ้วยละเท่าไหร่ เพราะคุณหาราคาในเมนูไม่เจอ
พอเช็คบิล ถ้วยละ 30 บาท ค่อยยังชั่วหน่อยเนอะ ไม่ต้องขายบ้านขายรถมาจ่ายค่าอาหาร (เว่อร์ได้อีก ชอบ)


8 คนคอมเม้น:
อธิบายได้น่ารักน่าทานมากๆ ค่ะมองเห็นภาพเลย..ทำให้น้ำลายหยดก่อนจะเห็นรูปซะอีกค่ะ...5555....ชอบวิธีการเขียนและการนำเสนอของคุณมากค่ะ...
"ปลาซาลาม่อนมันช่างหวาน เนื้อแน่น ยามเคี้ยวเนื้อช่างนวล หยุ่นๆ ดีด ลิ้นดังผั๊วะ ผ๊ะ"
อยากกินปลาซาลาม่อนให้ได้อารมณ์แบบนี้มั่งจัง...
สาบานได้มั้ยหน่ะ ว่าถ่ายจากมือถือ ทำไมมันชัดจังฟร่ะเพื่อนเอ๊ยยย
แหมๆ ทำตัวเป็นพระเอกช่อง3เชียว ปากร้ายแต่ใจรัก
^ ^
แค่เห็นอาหารก็น้ำลายไหลแล้วววว
กล้องมือถือทำไมมันชัดกว่าดิจิเราอีกวะ 555
หิว รูปชัดจนเห็นความน่ากิน หุหุ
เห็นด้วยกะพี่ต้า แหม "ปากร้าย แต่ ใจรัก" คอนเซปเหมาะกะพี่เฒ่ามากๆ
+++ ^_____________________________^ +++
เห็นแล้ว น้ำลายไหล
เห็นแซลมอน
วันก่อนไปโซ้ย โออิชิ หมดยำซาหร่ายไป 8 ถ้วย
ผักโขมอบชีสอีก 6 ถ้วย
เหอะๆ
^^"
คุณพัชตั้งใจพิมพ์ใช่ไม๊
" คุณเฒ่า " อ่ะ
โอย..เห็นแล้วอยากกิน
ชักเริ่มเห็นใจคุณฟังกี้แล้วซิว่ามีแฟนแบบนี้
คิดจะชม แต่กลับว่าซะงั้น
เฮ้อ...
ดีนะเนี่ยที่มีไดอารี่ ไม่งั้นล่ะก็ แย่แน่ๆ
คิก คิก
Post a Comment